Emotional Connection

Emotional Connection หรือ อารมณ์ความรู้สึกที่สื่อถึงกัน เป็นศัพท์เทคนิคทางจิตวิทยา มีความหมายว่า “การเชื่อมโยงทางอารมณ์ความรู้สึก” ระหว่างคนสองคน

Emotional Connection หรือ อารมณ์ความรู้สึกที่สื่อถึงกัน เป็นศัพท์เทคนิคทางจิตวิทยา มีความหมายว่า “การเชื่อมโยงทางอารมณ์ความรู้สึก” ระหว่างคนสองคน

อารมณ์ความรู้สึกที่สื่อถึงกันมีความสำคัญไม่น้อยต่อการใช้ชีวิตคู่ที่มีความสุข งานวิจัยทางด้านครอบครัวหลายชิ้นได้เปิดเผยข้อมูลว่าสาเหตุที่คู่สมรสไม่มีความสุขและนำไปสู่ปัญหาการหย่าร้างหรือการแยกกันอยู่ หรือแม้จะยังอยู่ด้วยกันด้วยเหตุผลบางอย่างแต่อยู่แบบต่างคนต่างอยู่ กลับไม่ใช่ปัญหาเรื่องความขัดแย้ง หรือการทะเลาะเบาะแว้ง (ยกเว้นมีการทำร้ายร่างกาย) แต่สาเหตุหลักคือ “อารมณ์ความรู้สึกที่สื่อถึงกัน” ของคู่สมรสถูกทำลายไป หรือพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ คู่สมรสไม่สามารถสื่อสารทางอารมณ์ความรู้สึกถึงกันได้

John Gottman (แห่งสถาบัน Gottman Institute) หนึ่งในนักวิจัยระบุในงานวิจัยของเขาว่าปัญหาทั่ว ๆ ไปที่คู่สมรสขัดแย้งกันในช่วงแรก ๆ ของการแต่งงานและอีก 30-40 ปีหลังจากนั้นก็ยังเป็นปัญหาเดิม ๆ ตราบใดที่ “อารมณ์ความรู้สึกที่สื่อถึงกัน” ยังคงมีอยู่ คู่สมรสก็จะสามารถดำเนินชีวิตคู่ภายใต้ความขัดแย้งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ได้ ยิ่งกว่านั้นพวกเขาจะหาทางปรับตัวเข้าหากันเพื่อลดความขัดแย้ง แต่เมื่อไรก็ตามที่ “อารมณ์ความรู้สึกที่สื่อถึงกัน” ขาดสะบั้นลง ความขัดแย้งเล็ก ๆ น้อย ๆ จะนำไปสู่การหย่าร้าง

คู่สมรสหลายคู่ที่มาขอคำปรึกษาจากผมบอกว่าปัญหาของพวกเขาก็คือ เบื่อ เซ็ง เอียน และรู้สึกรำคาญ ฟังดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่นั่นคือสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่า “อารมณ์ความรู้สึกที่สื่อถึงกัน” ระหว่างคู่สมรสกำลังเจียนไปเจียนอยู่ การทนกันไม่ได้ อารมณ์พลุ่งพล่านที่พร้อมจะปะทุ และการเอาคืนได้เข้ามาแทนที่ความหวานชื่นและการถ้อยทีถ้อยอาศัย เมื่อเกิดความขัดแย้งหรือความไม่เข้าใจกัน พวกเขาจึงไม่สามารถหันหน้าเข้าหากันเพื่อ “ซ่อมแซม” ความสัมพันธ์ แต่กลับหันหลังให้กัน แทนที่จะพยายาม “เชื่อมต่อ” กันอีกครั้งหนึ่ง แต่พวกเขากลับเห็นแก่เรื่องลบ ๆ ในการใช้ชีวิตร่วมกัน ความหวังที่จะแก้ปัญหาและอยู่ด้วยกันจนถือไม้เท้ายอดทองตะบองยอดเพชรมลายหายไปสิ้น คู่สมรสจึงตัดสินใจยุติความน่าเบื่อหน่ายนี้ด้วยการ “ต่างคนต่างอยู่ ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน เธอคือเธอ ฉันคือฉัน ไม่ก้าวก่ายกัน” หรือ “แยกกันอยู่” หรือ “หย่าร้าง” ซึ่งไม่ว่าจะด้วยวิธีการอะไร ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับความสัมพันธ์และกับลูก ๆ ก็รุนแรงเกือบพอ ๆ กัน

อุปสรรคในการสื่อสารทางอารมณ์ถึงกัน

อ่านมาถึงตรงนี้ท่านคงเกิดคำถามในใจว่า ถ้าเช่นนั้นคู่สมรสจะป้องกันไม่ให้ “อารมณ์ความรู้สึกที่สื่อถึงกัน” ขาดสะบั้นลงได้อย่างไร หรือ ทำไมคู่สมรสจึงไม่พยายาม “รีคอนเน็ค” หาก “การสื่อสารทางอารมณ์ถึงกัน” ขาดตอนลง (เหมือนที่เราทำกับโทรศัพท์หากสายตัด) ให้เรามาพิจารณาเหตุผลต่าง ๆ เหล่านี้

ประการแรก ภาระและความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นงานนอกบ้าน (ซึ่งมีการแข่งขันกันอย่างสูง ทั้งจำนวนชั่วโมงทำงานที่ยาวเหยียด และเวลาที่ต้องถูกเผาผลาญทิ้งไปเพราะการจราจรติดขัด) งานในบ้าน การดูแลลูก และอีกจิปาถะ สิ่งเหล่านี้เผาผลาญทั้งเวลาและกำลัง หลายคู่ใช้เวลาแต่ละวันไปกับเรื่องต่าง ๆ ที่กล่าวมา หลายคู่อาจจะมีเวลาเหลืออยู่บ้าง แต่ทั้งคู่อยู่ในสภาพที่ “หมดแรง” การใช้เวลาด้วยกันเพื่อ “การสื่อสารทางอารมณ์ถึงกัน” จึงเกิดขึ้นน้อยมาก นานวันเข้า “การสื่อสาร” นี้ก็ยิ่งแผ่วเบาจนกลายเป็นเหมือนเสียงกระซิบและจางหายไปในที่สุด ดังนั้นคู่สมรสจึงต้องพยายามมีเวลาให้กัน แม้จะมีงานและกิจกรรมรัดตัวเพียงใดก็ตาม หากคุณต้องการรักษา “การสื่อสารทางอารมณ์ความรู้สึกถึงกัน” ไว้ไม่ให้ขาดตอน คุณต้องมีเวลาให้กันและใช้เวลานั้นด้วยกัน

ประการที่สอง ความเจ็บปวดในอดีตที่กลายเป็นจุดอ่อน หมายถึงประสบการณ์ไม่ดีต่าง ๆ ที่คุณเคยประสบมา เช่น คนที่มาจากครอบครัวแตกแยกอาจจะหวาดระแวงในเรื่องนี้จนไม่อยากจะใกล้ชิดทางอารมณ์กับใครเพราะกลัวตัวเองจะเจ็บปวด หรือคนที่โตมาจากครอบครัวที่มีแต่การดุด่าว่ากล่าวและการตำหนิติเตียน เขาอาจจะกลัวคำวิพากษ์วิจารณ์ หรืออะไรก็ได้ที่ทำให้คุณต้องแสดงออกเพื่อปกป้องตัวเอง สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นอุปสรรคต่อการ “สื่อสารทางอารมณ์ความรู้สึก” ทั้งสิ้น ดังนั้นคู่สมรสจะต้อง “เยียวยา” ความเจ็บปวดในอดีตเสียก่อน และอย่าให้มันกลายมาเป็น “สัมภาระ” ติดตัวไปตลอดในการใช้ชีวิตคู่ ปลดมันออกและทิ้งไปเสีย

ประการที่สาม ความผิดหวังที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า อาจจะเป็นคำสัญญาที่ไม่เคยทำตาม อาจจะเป็นบางสิ่งบางอย่างที่คุณขอร้องคู่สมรสของคุณแต่ดูเหมือนเขาไม่ใส่ใจจะฟัง อาจจะเป็นความคาดหวังที่คุณมีต่อเขาแต่ไม่เคยสมหวังเลยสักครั้ง เมื่อมันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าคุณจะรู้สึกผิดหวังและไม่อยากสนใจ ไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวด้วย หลังจากนี้คุณจะเริ่มตัด “สัญญาณ” การสื่อสารทางอารมณ์ถึงกัน เมื่อมีอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ เข้ามากระทบ ความรู้สึกเหล่านี้จะประเดประดังเข้ามา ทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ นี่คือสาเหตุหนึ่งที่คู่สมรสมักขยายเรื่องที่ไม่พอใจกันให้กว้างออกไปจากประเด็นที่กำลังเกิดขึ้นขณะนั้น เช่น สามีไปรับลูกผิดเวลาเพราะลืม ภรรยาไม่พอใจมาก แต่แทนที่จะพูดแค่เรื่องการลืมไปรับลูก กลับพูดอย่างมีอารมณ์ว่า “คุณไม่เคยจำอะไรได้เลยสำหรับฉันและลูก อีกหน่อยก็คงจะลืมไปแล้วว่าเราเป็นใคร” ถ้าสามีฟังแล้วแค่งง ๆ ก็คงไม่เท่าไหร แต่ถ้าฟังแล้วโกรธและตอบโต้กลับมาจะเป็นอย่างไร

ประการที่สี่ ปัญหาความสัมพันธ์ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข เป็นเรื่องปกติที่คู่สมรสจะกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่สิ่งที่จำเป็นต้องทำคือการฟื้นฟูความสัมพันธ์ให้กลับมาเป็นปกติ หมายความว่าหากเกิดการกระทบกระทั่งกันในความสัมพันธ์ คู่สมรสจะต้องกลับคืนดีกันและสานความสัมพันธ์ให้กลับมาเหมือนเดิม อย่าปล่อยทิ้งไว้ ลืม ๆ ไปเสีย แล้วเวลาก็จะช่วยแก้ไขเอง จริงอยู่ที่เหตุการณ์อาจจะผ่านพ้นไป แต่มันจะจมลงในห้วงความรู้สึก เหมือนคลื่นใต้น้ำที่พร้อมจะปรากฏตัวเมื่อไรก็ได้หากถูก “สะกิด” จึงเป็นกฎทองข้อหนึ่งสำหรับคู่สมรสว่า “และท่านจงเมตตาต่อกัน มีใจเอ็นดูต่อกัน และอภัยโทษให้กัน”

ประการที่ห้า ไม่ได้ยืนเคียงข้างในยามที่ต้องการ ในสถานการณ์ปกติ การเผชิญหน้ากับเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตก็กลายเป็นเรื่องธรรมดา แต่ในบางสถานการณ์ การเผชิญหน้ากับสถานการณ์แต่เพียงลำพังทำให้เรารู้สึกไม่ค่อยดี (น้อยใจ ผิดหวัง เสียใจ) เช่น เมื่อคู่สมรสต้องไปพบแพทย์ตามลำพังเพราะเราไม่ว่างจะไปด้วย หรือในบางกรณีการปล่อยให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจัดการปัญหาแต่เพียงลำพัง สิ่งเหล่านี้จะกระทบต่อ “การสื่อสารทางอารมณ์ความรู้สึก” แน่นอน (ส่วนจะมากน้อยแค่ไหนนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง) บางครั้งคู่สมรสตกหลุมพรางในเรื่องนี้โดยไม่ตั้งใจ เช่น สามีชวนภรรยานั่งรถไปทำธุระด้วยกันที่ต่างจังหวัด (เพราะอยากมีเพื่อนร่วมเดินทาง) แต่ภรรยาตอบสนองอย่างไร้เดียงสาว่า “คุณไปเองเถอะ ฉันไปก็เท่านั้นแหละ ฉันไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับงานของคุณเลย” แม้ว่าจะเป็นความจริง แต่ภรรยากำลังปฏิเสธความต้องการของสามีโดยไม่รู้ตัว หรือภรรยากำลังไม่สบายใจกับข่าวเรื่องการไม่สบายของคุณแม่ จึงชวนสามีไปเยี่ยมคุณแม่ แต่สามีกลับตอบว่า “คุณไปเถอะ ฝากบอกคุณแม่ด้วยเดี๋ยวว่าง ๆ ผมจะไปเยี่ยม” นั่นก็หมายความว่าคุณไม่ได้อยู่ตรงนั้นในยามที่ภรรยาของคุณต้องการคุณ ดังนั้นคู่สมรสต้อง “พร้อมเสมอ” ที่อยู่เคียงข้างกัน โดยเฉพาะในยามที่อีกฝ่ายหนึ่งจำเป็นต้องมีคุณ

สนใจเรียนรู้เพิ่มเติม ติดต่อที่สถาบันครอบครัวไทย…

Share this post

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on email

Recent Posts

Follow Us