โรคซึมเศร้า

เมื่อใครมีอาการเครียด เก็บกด ซึมเศร้า และคิดอยากตาย เรามักเรียกคนที่มีอาการเหล่านี้เป็น “โรคซึมเศร้า” ตามข้อมูลพบว่าปัจจุบันมีผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าสูงถึง 5-7% ของจำนวนประชากร หรือราว 3.5-4.5 ล้านคน ตัวเลขไม่น้อยเลยครับ...

เมื่อใครมีอาการเครียด เก็บกด ซึมเศร้า และคิดอยากตาย เรามักเรียกคนที่มีอาการเหล่านี้เป็น “โรคซึมเศร้า” ตามข้อมูลพบว่าปัจจุบันมีผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าสูงถึง 5-7% ของจำนวนประชากร หรือราว 3.5-4.5 ล้านคน ตัวเลขไม่น้อยเลยครับ…

แม้จะเป็นโรคที่รุนแรงถึงขั้นที่ทำให้ผู้ป่วยคิดสั้น ปลิดชีวิตตัวเอง แต่หลายคนกลับไม่รู้ตัวว่ากำลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอยู่ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราควรจะรู้ว่าโรคนี้มีสาเหตุมาจากอะไร เมื่อเป็นแล้วจะมีอาการอย่างไร และจะรับมือกับโรคนี้อย่างไร

หลายคนเข้าใจผิดว่าโรคซึมเศร้าเกิดจากการที่เราไปเจอเรื่องร้าย ๆ หรือเจอมรสุมในชีวิต เลยทำให้เกิดอาการซึมเศร้า ผู้ป่วยบางรายให้ข้อมูลกับแพทย์ว่าทุกอย่างในชีวิตก็ดีหมด แต่อยู่ ๆ ก็เกิดอาการซึมเศร้าขึ้นมาเฉย ๆ เลยไม่เข้าใจว่าเกิดจากอะไร

การศึกษาในทางการแพทย์พบว่าโรคนี้มีต้นเหตุมาจากพันธุกรรม คือ คนนั้น ๆ มียีนส์ของโรคซึมเศร้าติดตัวมาแต่กำเนิด ดังนั้นหากพ่อแม่เป็นโรคซึมเศร้า หรือปู่ ย่า ตา ยาย เป็นโรคซึมเศร้า คน ๆ นั้นก็มีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้ามากถึง 50% หรือมากกว่าคนปกติถึง 2 เท่า แต่ปัจจัยภายนอกก็มีผลเช่นกัน เพราะบางคนที่มียีนส์ติดตัวมาแต่กำเนิดอยู่แล้ว และเมื่อโตขึ้นก็ไปเจอมรสุมชีวิตอีก มันก็ยิ่งเป็นเหมือนการกระตุ้นให้อาการป่วยแสดงออกมา

จิตแพทย์ได้ให้แนวทางในการสังเกตตัวเองหรือคนใกล้ตัวว่าถ้ามีอาการต่อไปนี้ 5 ประการติดต่อกัน 2 สัปดาห์ ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนกว่าอาจจะถูกโรคซึมเศร้ามาเยือนเข้าแล้ว

1. อารมณ์ซึมเศร้า หงุดหงิด ก้าวร้าว

2. ขาดความสนใจสิ่งรอบข้าง

3. สมาธิเสีย คือ ไม่ค่อยมีสมาธิเวลาทำสิ่งต่างๆ

4. รู้สึกอ่อนเพลีย

5. เชื่องช้า ทำอะไรก็เชื่องช้าไปหมด

6. รับประทานอาหารมากขึ้น หรือรับประทานน้อยลง

7. นอนมากขึ้น หรือนอนน้อยลง

8. ตำหนิตัวเอง อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ ที่พบได้มากในคนเป็นโรคซึมเศร้า

9. คิดอยากฆ่าตัวตาย

คนที่เป็นโรคซึมเศร้าต้องรีบแก้ไข ไม่เช่นนั้นจะส่งผลกระทบต่อชีวิตอย่างมาก ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องครอบครัว และที่ทำสำคัญอาจถึงขั้นฆ่าตัวตาย

การรักษาโรคซึมเศร้านั้นมีองค์ประกอบอยู่ 3 องค์ประกอบ ดังนี้

1. ยา เพื่อปรับสารสื่อประสาทในสมองให้สมดุล ผู้ป่วยต้องไปพบจิตแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรับยา

2. การทำจิตบำบัด (ซึ่งสำคัญกว่าการให้ยาด้วยซ้ำ) เช่น ถ้ามีปัญหาเรื่องการควบคุมความอารมณ์ ก็ไปแก้ไขที่จุดนั้น ผู้ให้คำปรึกษา ศิษยาภิบาล และคนที่เป็นผู้ใหญ่ในฝ่ายวิญญาณจะช่วยได้มากในกรณีนี้

3. สังคม ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อนฝูง ก็ล้วนมีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือคนที่เป็นโรคซึมเศร้า ความเข้าใจ การยอมรับ และการให้กำลังใจจากคนรอบข้างมีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาของคนที่เป็นโรคซึมเศร้าได้อย่างดี คริสตจักรคือสังคมที่สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยโรคซึมเศร้าได้เป็นอย่างดี

หมั่นสังเกตอาการ 9 อย่างที่บอกไปข้างต้น อย่าละเลยหรือเพิกเฉยจนวันหนึ่งต้องออกจากงานโดยไม่มีสาเหตุ หย่าร้างกับสามีหรือภรรยา ทำร้ายคู่สมรส ทำร้ายตัวเอง ปลีกตัวออกจากสังคม ตีลูกโดยไม่มีเหตุผล เพราะแม่ที่เป็นลูกซึมเศร้า เลี้ยงลูก ลูกก็มีปัญหา ฉะนั้นหากเจอสัญญาณเหล่านี้ก็รีบเข้าสู่กระบวนการรักษาให้เร็วที่สุด