เด็กไทยในยุคโซเชียลเน็ตเวิร์ก

ข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ที่ทำการสำรวจ "ชีวิตเด็กไทยใน 1 วัน" พบว่ามีเรื่องท้าทายให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครอง ยุคใหม่ไม่ใช่น้อย

ข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ที่ทำการสำรวจ “ชีวิตเด็กไทยใน 1 วัน” พบว่ามีเรื่องท้าทายให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครอง ยุคใหม่ไม่ใช่น้อย ที่จะต้องดูแลลูกอย่างใกล้ชิดในยุคที่โซเชียลเน็ตเวิร์กกำลังครองโลก เพราะปัจจุบันเด็กไทยอยู่กับสื่อมากขึ้น โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ เพราะในโทรศัพท์มือถือมีทุกสิ่งที่เด็กต้องการ ทั้งอินเทอร์เน็ต เฟซบุ๊ก ไลน์ และกล้องถ่ายรูป

จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 3,058 คน ในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด พบว่า สิ่งแรกที่เด็กส่วนใหญ่ (51.1%) ทำหลังตื่นนอน คือ เช็คโทรศัพท์มือถือ และสิ่งสุดท้ายที่เด็กถึง 35% ทำก่อนนอน คือ ใช้โทรศัพท์มือถือเล่นเฟซบุ๊ก ไลน์ อินสตาแกรม และทวิสเตอร์ นอกจากนั้นผลสำรวจยังพบว่า 75.7% ของเด็กไทยเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์กบ่อยจนถึงประจำ นักเรียนหญิงเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์กมากกว่านักเรียนชาย และยัง พบเด็ก 20.3% ใช้มือถือระหว่างคาบเรียนบ่อยถึงประจำ และ 42.5% รู้สึกทนไม่ได้ถ้าอยู่คนเดียวโดยไม่มีโทรศัพท์ เด็ก 28.7% โดยเฉพาะเด็กชาย ระบุว่า เคยถูกคุกคามทางเพศจากเพื่อนใหม่ที่รู้จักกันทางโซเชียลมีเดีย ที่สำคัญ เด็กไทยใช้เวลาอยู่กับโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กนานถึงวันละ 8 ชั่วโมงเลยทีเดียว

เด็กไทยยุคใหม่กำลังตกอยู่ใต้อิทธิพลของ “มือถือ” และ “โซเชียลเน็ตเวิร์ก” และมันกำลังเล่นงานลูกหลานของเราอย่างน่าตกใจ เพราะจากผลสำรวจเริ่มเห็นสัญญาณว่า “เด็กเริ่มสนใจการเรียนลดลง” ไอคิวและอีคิวเริ่มแย่ลง

จริงอยู่ที่โซเชียลก็มีประโยชน์หากใช้เป็น ใช้ในทางที่ดีและเหมาะสม มันจะช่วยคลายเครียด เป็นเครื่องมือในการค้นหาความรู้ สร้างแรงบันดาลใจ ส่งเสริมให้มีการพัฒนาทางไอคิวและอีคิว แต่ขณะเดียวกันเนื้อหาที่อยู่ในโซเชียลมีเดียนั้นมีโทษพอ ๆ กันหรือมากกว่าเนื้อหาที่ดีด้วยซ้ำ ดังนั้นถ้าใช้ไม่เป็นจะเกิดอะไรขึ้น เรา ๆ ท่าน ๆ ก็ทราบกันดี

พ่อแม่ผู้ปกครองจึงต้องคอยสอดส่องดูแลอย่างใกล้ชิด ต้องฝึกวินัยและความรับผิดชอบในการใช้ และต้องมีกติกาในการใช้ อย่าตัดความรำคาญโดยการให้เครื่องมือนี้เพื่อลูกจะได้ไม่มากวน อย่าให้โซเชียลเน็ตเวิร์กมาทำหน้าที่เลี้ยงลูกแทนพ่อแม่ และที่สำคัญพ่อแม่ก็ต้องเป็นแบบอย่างให้กับลูกด้วย