รูปแบบความสัมพันธ์ในชีวิตสมรส (ตอนที่ 1)

รูปแบบความสัมพันธ์ของคู่สมรสอาจแบ่งออกได้เป็น 3 แบบ คือ (1) แบบฝ่ายหนึ่งพึ่งพิงฝ่ายหนึ่ง (2) แบบไม่พึ่งกัน และ (3) แบบพึ่งพิงกันและกัน

รูปแบบความสัมพันธ์ของคู่สมรสอาจแบ่งออกได้เป็น 3 แบบ คือ (1) แบบฝ่ายหนึ่งพึ่งพิงฝ่ายหนึ่ง (2) แบบไม่พึ่งกัน และ (3) แบบพึ่งพิงกันและกัน

ประเภทแรก ความสัมพันธ์แบบฝ่ายหนึ่งพึ่งพิงฝ่ายหนึ่ง เป็นสัมพันธภาพในรูปแบบที่ฝ่ายหนึ่งคอยพึ่งพาการสนับสนุนและการช่วยเหลือของอีกฝ่ายหนึ่งอยู่ตลอดเวลา เข้าทำนอง “ฉันเป็นผู้รับส่วนเธอคือผู้ให้” ฝ่ายรับความช่วยเหลือไม่รู้สึกเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่เห็นคุณค่าของตนเอง และรู้สึกว่าตนเองต่ำต้อยกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง ทำให้ต้องคอยพึ่งพิงอีกฝ่ายหนึ่งอยู่เสมอ ฝ่ายที่ให้การช่วยเหลือก็มักจะวางอำนาจ ควบคุม ไม่เห็นความสำคัญ และไม่รู้สึกว่าคู่สมรสเป็นหุ้นส่วนชีวิต ความสัมพันธ์แบบนี้มักจะสร้างปัญหาให้กับชีวิตคู่ เนื่องจากฝ่ายหนึ่งต้องตกเป็นเบี้ยล่างของอีกฝ่ายหนึ่ง และต้องยอมหวานอมขมกลืนกับความรู้สึกอึดอัดที่มีในชีวิตสมรสโดยไม่อาจปริปากพูดอะไรมา เพราะว่ายังต้องคอยพึ่งพิงเขาอยู่ ผู้หญิงคนหนึ่งเคยมาขอคำปรึกษาจากผม เธอเล่าถึงความขมขื่นที่มีต่อสามีที่บางครั้งด่าว่าเธอด้วยถ้อยคำหยาบคาย และบางครั้งถึงกับขับไล่ไสส่ง แต่เธอก็ต้องจำทน เพราะถ้าออกไปจากเขาแล้วก็ไม่มีทางไป จึงได้แต่อดทน น้อยใจ และขมขื่น

คู่สมรสประเภทนี้จะไม่มีความสุขทั้งสองฝ่าย เพราะฝ่ายที่ต้องพึ่งพิงจะรู้สึกกลัว อึดอัดและคับข้องใจ ในขณะที่คนที่ถูกพึ่งพิงจะรู้สึกไม่ภูมิใจกับคู่สมรสของตนที่ไม่ได้เป็น “คู่หู” หรือรู้สึกว่าคู่สมรสของตนเองไม่ได้เติมเต็มชีวิตของเขาเลย บางทีถึงขั้นนำไปเปรียบเทียบกับคู่สมรสของคนอื่นก็มี บางคนรู้สึกว่าคู่สมรสเป็นภาระของเขาและเขารู้สึกเบื่อหน่าย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเลิกรากัน

ประเภทที่สอง ความสัมพันธ์แบบไม่พึ่งกัน ต่างฝ่ายต่างเชื่อมั่นในตนเอง เป็นตัวของตัวเอง และไม่รู้สึกว่าจะต้องพึ่งพิงอีกฝ่ายหนึ่ง หรือพูดง่าย ๆ ก็คือการมีคู่สมรสหรือไม่มีคู่สมรสไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้นหรือเลวลง สัมพันธภาพแบบนี้เป็นแบบต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างมีชีวิตของตนเอง ตัวอย่างของสามีภรรยาคู่หนึ่งที่มีความสัมพันธ์ในลักษณะนี้ก็คือ ต่างคนต่างมีงานของตนเอง เงินที่หามาได้ก็ของใครของมัน ใครหามาได้เท่าไหร่ก็เป็นสิทธิของคนนั้น หลังจากได้จัดสรรตามความรับผิดชอบที่ได้ตกลงกันแล้ว เงินที่เหลือเป็นสิทธิของคนที่หามาได้ จะใช้จ่ายอย่างไรก็เป็นสิทธิของคนนั้น

ความสัมพันธ์แบบนี้เป็นแบบที่เรียกว่า “ฉันก็เก่ง เธอก็แน่” แม้ความสัมพันธ์แบบนี้จะดีกว่าแบบแรกหน่อย แต่ยังเป็นความสัมพันธ์ที่จะสร้างปัญหาให้กับชีวิตคู่ได้ มันเป็นความสัมพันธ์แค่เชิงโครงสร้างหรือแบบทางการเท่านั้น (คือเป็นสามีภรรยากันในทางพฤตินัยและนิตินัย) แต่ขาดความรัก ความผูกพัน และการอุทิศตัวให้กัน คู่สมรสประเภทนี้มักไม่มีความโรแมนติก มีโลกส่วนตัว และที่แย่ที่สุดก็คือวันที่ลูก ๆ โตและแต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว ทั้งสองคนจะกลายเป็นคนแปลกหน้าซึ่งกันและกัน เพราะตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตร่วมกันไม่ค่อยได้พัฒนาความสัมพันธ์แบบ “คู่ชีวิต” หรือ “หุ้นส่วนชีวิต”

คู่สมรสประเภทนี้มักขัดแย้งกันบ่อย ๆ บางครั้งทะเลาะกันอย่างรุนแรง เพราะไม่มีใครยอมใคร ต่างฝ่ายต่างถือว่าตนเองก็แน่เหมือนกัน

โปรดติดตามตอนต่อไปในสัปดาห์หน้า…