ประวัติความเป็นมา

ดร.สมใจ รักษาศรี (ผู้ก่อตั้งและปัจจุบันเป็นประธานมูลนิธิ) ได้ทำงานด้านครอบครัวมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 โดยเป็นวิทยากรสอนในสัมมนาครอบครัว การให้คำปรึกษาคู่ที่จะแต่งงาน การให้คำปรึกษาคู่สมรส และการให้คำปรึกษาพ่อแม่ผู้ปกครอง

ต่อมาในปี พ.ศ. 2542 ดร. สมใจ ได้นำเสนอหลักสูตร “อดเปรี้ยวไว้กินหวาน” ให้กับกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการปรับเปลี่ยนหลักสูตรการศึกษา โดยหวังจะให้หลักสูตรอดเปรี้ยวไว้กินหวานถูกบรรจุไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนในระดับมัธยมศึกษา ซึ่งท่านก็ได้รับการแต่งตั้งจากกระทรวงศึกษาธิการให้เป็นกรรมการพิจารณาหลักสูตรดังกล่าว และยังเป็นกรรมการพิจารณาหลักสูตรชีวิตและครอบครัวศึกษา กรรมการผลิตและพัฒนาสื่อการเรียนการสอนเกี่ยวกับชีวิตและครอบครัวศึกษา นอกจากนั้นยังเป็นอนุกรรมการจัดทำหนังสือคู่มือการจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตสมรสในครอบครัว กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

เนื่องจากในขณะนั้น ปัญหาเรื่องเพศในวัยรุ่นกำลังเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องได้รับการแก้ไข โรงเรียนหลายแห่งจึงติดต่อเชิญให้ ดร.สมใจไปจัดอบรมให้ความรู้กับนักเรียน ครูและผู้ปกครอง ซึ่งเป็นการขยายงานด้านการพัฒนาครอบครัวที่กำลังดำเนินการอยู่ คือ จากการอบรมคู่สมรส พ่อแม่ผู้ปกครอง งานด้านเด็กและเยาวชนที่เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรและการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ก็เพิ่มเข้ามา

เมื่อเห็นว่าขอบข่ายงานกว้างขึ้น คือ ไม่เพียงแต่คู่สมรสและพ่อแม่ผู้ปกครองเท่านั้น ยังไปเกี่ยวข้องกับนักเรียนนักศึกษา คนที่กำลังจะแต่งงาน เด็กและเยาวชน ดร. สมใจ จึงได้จดทะเบียนหน่วยงานแห่งนี้ให้เป็นนิติบุคคล โดยยื่นจดทะเบียนเป็นองค์กรประเภทมูลนิธิและใช้ชื่อว่ามูลนิธิสถาบันครอบครัวไทยในปี พ.ศ. 2546 และได้รับการอนุมัติการจดทะเบียนในปี พ.ศ. 2547  และต่อมาในปี พ.ศ. 2549 มูลนิธิสถาบันครอบครัวไทยได้รับการรับรองให้เป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ ทะเบียนเลขที่ 0708

ปรัชญา

“บ้านนั้นสร้างขึ้นด้วยสติปัญญาและสถาปนาขึ้นด้วยความเข้าใจ”

วัตถุประสงค์

เสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวผ่านทางการให้ความรู้การฝึกอบรมและการสนับสนุน เพราะเราเชื่อว่าครอบครัวคือรากฐานที่สำคัญที่สุดของสังคมเมื่อครอบครัวเข้มแข็งสังคมก็เข้มแข็งด้วย

  • ฟื้นฟูและส่งเสริมการให้ ความสำคัญกับครอบครัว
  • สนับสนุนให้มีการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับครอบครัวอย่างเป็นรูปธรรม
  • ผลิตสื่อด้านการพัฒนาครอบครัว
  • ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีกิจกรรมเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของครอบครัว